ใครปรามาสว่าอีคนที่เข้าไปประกวดร้องเพลงชนะเลิศออกมาจะต้องทำเพลงห่วยๆแหกปากร้องเพลงพะงาบๆโชว์พาวหลอกขายแฟนคลับโง่ๆไปประทังชีวิตเรื่อยเปื่อยจะต้องหุบปากเมื่อได้ฟัง 2 อัลบั้มจากหนึ่งเวทีสองผุ้ชนะเลิศต่างปี ลีโอน่า และหนูลีออน ทั้งสองคนมีแนวทางแตกต่างกันและมีรูปแบบการใช้เสียงและการร้องต่างกัน ลีโอน่า เลือกทำอัลบั้มเพลงพ็อพที่ยืนอยุ่บนพื้นฐานความฟังง่ายในเมนสตรีมที่หลากหลายปนเปไปทั้ง อาร์แอนด์บี โซล ร็อค กอสเพลและแอบมีแจ๊สเข้ามาพาลให้สะดุ้งด้วยหนึ่งแทร็คในเพลงคัฟเว่อร์ของน้า เชลรีล เบรซซี่ย์ ทุกเพลงของลีโอน่าบรรจงประดิษฐ์โน้ตและเมโลดี้ย์ให้เอื่อต่อความเป็น "ว่าที่ดิว่า" ของเธออย่างแท้จริง ทั้งการโซโล่ของเครื่องสาย การใส่เสียงประสานและการเรียบเรียงแบบที่กะจะให้โชว์เนื้อเสียงเต็มๆไปกับเพลงที่มีเนื้อหาดีๆเต็มอัลับ้มจนน่าตกใจว่าเพลงพ็อพธรรมดากลับมีเสน่ห์อย่างน่าประหลดาด้วยนำเสียงนักร้องคนนี้คนเดียวจริงๆ ส่วนหนูลีออน แจ็คสันมากับพ็อพสวิงแจ๊สติดโซลบลูส์ปนเข้ากับกอสเพลนิดหน่อยๆกับการร้องที่ดีเด่นไม่แพ้นางสิงโตแต่อย่างใด ใครคิดไม่ออกให้คิดหน้าน้า ร็อด สจ๊วตกับจอช โกลเบิลล์ที่ทำดนตรีแบบปู่แฟรงค์ตำนานที่ยังหมุนอยู่ในโลกดนตรีกับสวิงพ็อพเเจ๊สฟังง่ายๆติดหูๆของไมเคิล บูเบลย์ ปนลีลากวนๆบนเวทีของเจมี่ย์ คูลลัม ที่ถึงฝีมือจะยังไม่ถึงขั้นแต่อัลบั้มแรกจากคนที่แค่อยากร้องเพลงให้คนอื่นฟัง ทำได้ขนาดนี้ ก็ถือว่าดีถมเถจนน่ายกย่องในความแตกต่างแล้ว
9.Erykah Badu -New Amerykah Part One (4th World War)
เอริกา บาดูเป็นหนึ่งในศิลปินที่ยิ่งแก่ยิ่งถึกยิ่งแกร่งยิ่งกร้านเก่ง สิ่งที่เธอเลือกถ่ายทอดผ่านดนตรีนีโอโซลและฮิพฮอพฟังก์กี้ย์ติดบีทรายละเอียดขั้นเทพทั้งหมดทั้งมวลที่ยกขึ้นมาพูดในทุกเพลงอาจจะต้องอ้าปากหวอและทึ่งในรอยหยักสมองและสองมือเพียวๆที่เนรมิตรให้ดนตรีของคนผิวดำยกระดับขึ้นมาเป็นปัญญาชนดนตรี วิพากษ์สังคมและมนุษย์อย่างเด็ดขาดจริงจังและถึงลูกถึงคนเอาเป้นเอาตายได้นุ่มนวลขึงขังปนไปกับอารมณ์เสียดสีประชดประชันบนการตีความดนตรีฮิพฮอพใหม่อย่างหมดเปลือก
8.Duffy - Rockferry & Adele - 19
ใครว่าคนขาวทำเพลงโซล บลูส์ได้ไม่ดีเท่าคนดำเสียเอง ขอเถียงเอาเป็นเอาตาย ยิ่งหากฟังอัลบั้มของสองคาราวานสาวจากอังกฤษสองนางนี้จะยิ่งต้องเปลีย่นทัศนคติใหม่ ดนตรีบลูส์โซลแท้ๆดิบๆผ่านเครื่องดนตรีน้ยชิ้นและเน้นเครื่องดนตรีสดทั้งหมดเชิ่ดใส่เทคโนโลยีสมัยใหม่ทุกสิ่งอันหันมาหาดนตรีแท้ๆด้วยพื้นฐานทั้งหมดของรากเหง้าความเป็นดนตรีเพื่อชีวิตไปกับท่วงทำนองอ้อยอิ่งระคนปนไปหลากหลายทั้ง โซล บลูส์ โฟล์คและร็อคแอนด์โรล บนเสียงร้องที่เข้าขั้นร้อยในล้าน เนื้อและนำเสียงของทั้งคู่อาจจะไม่ใช่ดิว่าแปดหลอดอย่างนางมาลัยหรือ้าวิทนี่ย์ แต่ด้วยนำเสียงที่ถ่ายทอดราวกับเป็นหนึ่งในเครื่องดนตรีชิ้นหนึ่งและเป็นอัตลักษณ์เอกเทศแบบที่เลียนแบบได้ยาก ที่ทั้งเทคนิคและลีลาก็ไม่ได้น้อยหน้านักร้องใหญ่หน้าไหนๆ พวกเธอไม่ได้เป็นแค่รากเงานางเอมี่ย์ ไวน์เฮาส์แน่นอน
7.Jamie Liddell - Jim
กระแดะมากกกกกกกกกกกก- นี่ย์คือความคิดแรกตอนฟังอัลบั้มนี้จบ ใครคิดสรรพคุณหรือคำจำกัดความของกระแดะไม่ออกให้คิดถึงหน้าอีมาลัยเอาไว้ อัลบั้มของจิมมี่ย์ ลิดเดิล นักร้องติสท์แตกจากเมืองผู้ดีอีกหนึ่งนายคนนี้เป็นการสะบัดบ็อบจากดนตรีร็อคและไซโคเดลิคแบบที่ถนัดตามขนบนักดนตรีอินดี้ย์มาเป็น หนุ่มเมืองกรุงกับเพลงโซล บลูส์ อาร์แอนด์บีและดิสโก้กับฟังก์แจ๊ส ไสตล์ยุค 80 ที่ทำออกมาได้แก่และเก๋ย้อนซะจนเนียนสุดยอด นำเสียงแหลมๆหนีบๆของติมก้แร่ดเข้ากับเพลงเป็นที่สุด บทจะบัลลาดเป็นแจ๊สคุณนาย she ก้แอ็บทำเสียงหล่อเข้มทำเอานำตาแตกกันกราวๆ ยังไม่นับเนื้อหาไสตล์ "So Brit !" ในแบบที่ต้องเป็นคนที่นี่เท่านั้นถึงจะแต่งได้ เนื้อหากวนตีนสุดๆ แต่ล่ะเพลงประชดแดกดันและหยาบคาย หลุด jerk , fuck และ shit กันเกร่อสะดุ้งโหยงๆ นางลิลลี่ย์ อัลเลนและเอมี่ย์ ระวังไว้เถอะ นางจิมมี่ย์ มาแล้วค่ะ !
6.Raphael Saadiq -The Way I See It & Al Green -Lay It Down
2 อัลบั้มเพลโซลอาร์แอนด์บีเข้มๆข้นๆขลั่กๆแท้ๆไม่มีสีใดอื่นเจือปน ที่สำเนียงแบบเออร์บันมิวสิคที่แท้จริงก้ต้องมาจากเออร์บัน พีเพิลเท่านั้น ผลที่ได้จากประสบการณ์ระดับตำนานเดินดินที่ยังมีชิวตของสองนักร้องแห่งยุคที่จะกลายเป็นชื่อในหน้าประวัติศาสตร์ก็คือดนตรีเเน่นดีเด่นและเสียงร้องลีลาในแบบที่ อีตี๊สมควรสำเหนียกและอีพวกแฟนคลับต้องเลิกพล่ามกันซะทีว่า "ตี๊มันร้องแบบโซล" เพราะแบบที่อีตี๊ร้องมันไม่ใช่โซล แบบที่อีเวรนั่นร้องมันซีซั้ว
5.Glasvegas - Glasvegas
อัลบั้มเพลงอินดี้ย์ที่ดีและเพราะมากกกกกกกกกกกกกกกกแนวดนตรีระบุให้ชัดเจนไม่ได้แน่นอนมันเหมือนเอาวง Death in Vegas มารวมกับ Elbow , Mercury Rev และ Radiohead
ปนกับ Bjork นิดๆ เข้ากับเมโลดี้ย์ไพเราะติดหูใสกิ้งในแบบที่วงอย่าง Keane และ Oasis ชอบทำ กลายออกมาเป็นหนึ่งในผลงานของวงอินดี้ย์ที่มีให้เห็นกันเกลื่อนกลาดที่น่าสนใจและน่าจับตามองที่สุดของปีไปปแล้ว ความประทับใจของอัลบั้มนี้ทำเอาเจ๊ลืมที่จะฟัง E=mc2ของอีมาลัยไปอยู่บ่อยๆ เพราะมันเสือกมีเพลงชื่อเหมือนกันว่า for the record ซึ่งไม่ต้องบอกว่าเพลงจั๊ดง่าวเพลงนั้นของอีมาลัยทำเอาเจ๊หัวเสียแค่ไหน
4.James Morrison - Song For You , Truth For Me
ตัวอย่างของ Less Is More นอกจากดนตรีที่ถูกปาณีตจับจดเรียบเรียงมาอย่างาดยอดกับเครื่องดนตรีสดทั้งหดมที่ถูกเรียงร้อยเข้ากันกับภาคดนตรีที่ยอดเยีย่มในความเรียบง่ายที่แฝงไปด้วยรายละเอียดและลีลาเพลงหลาหลายในข้อจำกัดที่มีอยู่ เจมส์ฉีกตัวอย่งและก้าวกระโดดไปสู่แนวทางเดียวกับ บรู๊ซ สปริงทีนและ สตีวี่ วอนเดอร์ด้วยดนตรี บลูศ โซล และ ร็อค หนักแน่นไปกับนำเสียงโศกษัลย์แหบเครือกระชากใจอันเป้นนำเสียงในแบบที่พระเจ้าประทานมาให้แน่นอน ทุกเพลงถูกวางสลับอารมณ์ต่อยอดส่งรับให้ตัวอัลับ้มออกมาเข้าใกล้กับดนตรีโซลที่แท้จริงในแบบที่ทำเอานึกถึง Donney Hathway ขึ้นมาขนาดนั้นเลยทีเดียว
3.Portishead - Third
โพรเกรซซีฟร็อคตัวพ่อที่ลดหลั่นความแรงของดนตรีมาใส่ใจกับรายละเอียดและลูกแล่นแพรวพราวกับเนื้องานดนตรีใหม่อย่าง ทริปฮ็อปและExperimentalจนแทบเข้าขั้นสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ดนตรีร็อคแบบมีระดับชั้นเชิงในแบบที่จะทำให้พวกเพลงร็อคของไมลี่ย์ ไซรัสและโจนาสบรอเธอร์กลายเป็นแค่ คาราโอเกะค่ายแกรมมี่ย์ อย่างเพลงของดา เอนโดรฟิน(เสร่อไร้รสนิยมและราคาถูก)
2.Vampire Weekend -Vampire Weekend
อีกหนึ่งอัลับ้มเพลงร็อคที่มันส์และสนุกโจ๊ะได้ใจสุดๆอัลบั้มนี้โดเด่นตรงที่ทั้งๆที่มันเป้น พังก์ร็อคแต่ความที่รสนิยมของสมาชิกแต่ล่ะคนในวงมันหลากหลายรสาติในดนตรีของเพลงมันก้เลยมีให้เลือกมากแนวทางจนออกมาเป็นอัลบั้มพังก์ร็อคมีไสตล์ไม่เหมือนใคร บทจะซึ้งเศร้าหรือาร์ตจ๋าก้ทำออกมาได้ขนลุก บทจะมันส์ก้ทำเอาพวกเด็กแนวหันควับ เพลงใครว่ะ เริ่ดสุดๆ
1.Kanye West - 808s & Heartbreak
อัลบั้มที่รวบรวมนิยามของ "Good Music From Good Surce" ไว้อย่างครบครัน วัตถุบที่ดีต้องนำมาซึ่งผลลัพธ์ทางดนตรที่ดี ดนตรีคลาสสิค กอสเพล ร็อคแอนด์บโรลและเวริ์ล มิวสิคกับนิวเวฟถูกนำมาร้อยเรียงผ่านลูกแล่นบนพื้นฐานการตีความแบบไร้พรมแดนบนซาวด์ ฮิพฮอพโซลแขนงใหม่ๆที่เปิดโลกกว้างลู่ทางให้กับวงการฮิพฮอพออกไปอีกมากเกินพรรณนา กอปรกับเนื้อนำเสียงของคานยีที่ทั้งร้องทื้งแร๊พไม่มีขาดตกบกพร่อง แซมเพิ่ลที่นำมาใช้และธีมของอลบั้มก็ยอดเยยี่ม ทุกอย่างที่เราได้ยินทั้งอัลับ้มนี้ ทำเองคนเดียวแต่งเองคนเดียว และเครื่องดนตรีบางชิ้นก้เล่นเองด้วย ! อะไรมันจะเก่งจนไม่ใช่ผุ้ไม่ใช่คนขนาดนั้นค่ะ ?
อัลบั้มน่าสนใจอื่นๆประจำปี (ดีแต่ยังไม่โดน)
-Jason Mraz -We Sing. We Dance. We Steal Things
ดนตรีโฟลค์บลูส์อะคูสติกกีต้าร์กับเนื้อหาหนักๆปนเประคนไปกับทำนองเรียบง่ายฮุคเพราะๆลบชื่อของ One Hit Wonder ก้าวสู่แนวทางใหม่ๆในแบบเดียวกับที่ John Mayer เคยทำไว้ได้
-Jennifer Hudson - Jennifer Hudson
อัลบั้มนี้พิสูจน์ศักยภาพของตัวอีอ้วนได้หมดหน้าตัก ทั้งลีลาการร้อง อารมณ์เพลงและความเป็น "ของจริง" ของเธอในทุกๆท่อนทุกนาทีที่เพลงกำลังเล่น สาบานได้ใช่มั๊ย ว่านั่นไม่ใช่เสียงของ The Next Aretha Franklin
-Madonna - Hard Candy
ปีนี้เจ๊แม่จะอายุเหยียบ 50 แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็นที่จะมาบั่นทอนความเปรี้ยวและพลังการส้รางสรรค์ทางดนตรีที่ไม่มีอยู่กับที่ของป้าเลยแม้แต่น้อย ทั้งลูกเล่นในแบบเออร์บันมิวสิคนำมาร้อยเรียงเข้ากับดนตรี ฟังก์ เทคโน และดนตรีสังเคราะห์ในแบบเมียร์เวสเป้นการเปิดศักราชใหม่ของ Queen Of Pop ได้แบบสมศักดิ์ศรี
-The Rolling Stones -Shine a Light
อัลบั้มที่เป้นการพิสูจน์ว่า วงดนตรีดีๆ ต่อให้แก่เจียนตาย ถ้ามันเก๋าเซนส์ทางดนตรีและฝีมือมันก็ยังโดดเด่นเหนือกว่าพวกเด็กอมมือในวงการอยู่วันยังคำ
-Sigur Rós -Með suð í eyrum við spilum endalaust
อัลบั้มชื่อเรียกยากของ ซูเกอร์ รอช วงดนตรีอินดี้ย์ที่ทำเพลงได้ถูกหูคนทุกเพศทุกวัยตีความดนตรีร็อคในแนวทางใหม่ๆจนถึงแก่นความหายของคำว่า อิสระทางดนตรีที่แท้จริง
-Goldfrapp - Seventh Tree
ดนตรีอิเล็คโทรนิคกับแอมเบี๊ยนจะทำยังไงให้มันคลี่คลายออกมาในแนวทางใหม่ๆไม่ติดอยู่กับกรอบโพรแกรมมิ่งกับเสียงสางเคระห์ไร้รสนิยมเดิมๆ? ผลที่ได้จากการคิดนอกกรอบก็คือดนตรีคันทรี่ย์ โฟลค์กับแอมเบี๊ยนเทคโนลอยหลอน เหมือนเดินเข้าไปในดินแดน Wonderland ใน Wizard Of Oz เวอร์ชั่น ทิม เบอร์ทัน
-Coldplay - Viva La Vida
เจ๊มีความเชื่อว่าตอนนี้ Coldplay กำลังก้าวเข้าสู่การเป็น The New Beatles ยุคใหม่ของโลก อาจจะไม่ได้เป้นตำนานเท่า แต่พัฒนาการและมุมมองตลอดจนความสำเร็จที่ได้รับในอตนนี้ ไม่มีใครเถียงเลยว่าตอนนี้ คริส มาร์ติน เหมือน จอห์นเลนอน กลับชามาเกิดแท้ๆ
-B.B. Kings - One Kind Favor
ดนตรีแจ๊ส บลูส์ โซล แท้ๆ ดำปี๋ ที่ฟังโคตรยาก แต่หากซึมซับจับแนวทางของมันได้แล้ว คำพูดที่ว่า "บีบนำตาร้องเพลงในอารมณ์เศร้าบ่มสุมไฟ" อาจจะทำให้เราเข้าใจความเป็นblack peoples ที่แท้จริงของเออร์บัน มิวสิคมากขึ้นกว่าที่เป้นอยู่ก้ได้
-Port O'Brien -All We Could Do Was Sing
เพลงแนวอินดรัสทรี่ย์ที่นำมาขยำกับแนวดนตรีหลากหลายตั้งแต่หอคอยปีนกะไดฟังยันเลาจ์หรูหราหรือแบกะดินเป้นโฟล์ค คันทรี่ย์ปนเข้ากับเสียงร้องระดับโซปราโน่และความไพเราะระดับ ไคลฟ์ เดวิดยังต้องอาย ไม่น่าเชื่อว่าอัลบั้มที่ดีและเพราะขนาดนี้จะเป็นผลงานของศิลปินใต้ดินที่ยังไม่ค่อยมีใครรุ้จัก
แก้ไขล่าสุดโดย มาดามจ๊อกกาโล่ เมื่อ Fri Jan 09, 2009 11:43 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
_________________








